วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

กะเพราหมูสับไข่ดาว

ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาวเป็นอีกเมนูที่คิดอะไรไม่ออก ต้องออกทางนี้เป็นคำตอบสุดท้ายของใครหลายๆคน ด้วยรสชาติอาหารที่จัดจ้านถูกปากชาวเราเป็นที่ยิ่ง แต่จะว่าไปแล้วการจะหาร้านทำเมนูนี้ได้อร่อยจริงๆ ก็ไม่ง่ายเลยสำหรับสมัยนี้ งั้นวันนี้เรามาลองทำเมนูนี้สไตล์เรากันดีกว่า


ส่วนผสม 

  1. 1.  ใบกะเพราแดง 
  2. 2.  หมูสับ  2 ขีด
  3. 3.  พริกชี้ฟ้า 10 เม็ด
  4. 4.  กระเทียม  7-10 กลีบ
  5. 5.  ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  6. 6.  ซีอิ๊วหวาน 2 ช้อนชา
  7. 7.  น้ำมันพืช 
  8. 8.  น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1.  เตรียมของ
  2.  บุบกระเทียม บุบพริกชี้ฟ้า (สับเฉียงๆ) และสับๆใส่น้ำมันพืช เอากระเทียมกับพริกที่สับไว้ลงไปผัดจนได้กลิ่นหอมฉุนขึ้นมา ถึงค่อยเอาหมูสับลงไปผัด
       (ใช้ไฟแรงนิดนึง)
  3.  หมูเริ่มสุก ก็เหยาะน้ำปลาเพื่อปรุงรส ใส่ซีอิ๊วหวาน ให้สีผัดกะเพราออกเข้มๆนิดๆ ดูน่ากิน  ประมาณ 1 ช้อนชา ใส่ซอสหอยนางรม ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผัดๆให้เข้ากัน **ควรชิมรส ขาดเค็มก็ค่อยๆเหยาะน้ำปลา ขาดหวานก็เหยาะน้ำตาลเพิ่ม 
  4.  ใส่ใบกะเพราลงไป คลุกแปปนึงก็ปิดไฟ ไม่งั้นเดี๋ยวกะเพราเหี่ยว
  5.   จากนั้นก็ดาวไข่ ถ้าเป็นบ้านเรา บ้านเราใช้น้ำมันเยอะ ไฟแรงหน่อย พอน้ำมันเดือด ก็ตอกไข่ใส่ลงไป มันก็จะฟูๆ ส่วนข้างในก็จะนุ่มๆ ส่วนใหญ่จะได้แบบไข่แดงไม่สุกด้วย
  6.  เอามาจัดจาน ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ 






































วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ชามะนาว


เครื่องดื่มคลายร้อน ดื่มแล้วสดชื่นกระปี้กระเปร่า คงจะหนีไม่พ้นเครื่องดื่มที่มีรสหวานอมเปรี้ยวเป็นเมนูโปรดของสาวๆหลายคน เสมอเหมือนประหนึ่งส้มตำปูปลาร้าที่ต้องกินทุกวันกันเลยทีเดียว

งั้นมาลองดูสูตรสำหรับเครื่องดื่มเย็นแก้วโปรดแก้วนี้กันเถอะ

ส่วนผสม

1. ใบชาจีน หรือ ชาซอง 1 ซอง
2. น้ำอุ่น 1 ถ้วย
3. มะนาว 1 ลูก
4. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำแข็ง 1 ถ้วย
6. มะนาวฝานบาง 1 ชิ้น

วิธีทำ
1. นำชามาต้มในน้ำเดือดประมาณ 10 นาที หรือจนกว่าน้ำจะเปลี่ยนสีเป็นสีชาเข้มจัด
2. บีบมะนาวลงไปในชา คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เติมน้ำตาล ชิมรสตามใจชอบ พักให้เย็น
3. ตักน้ำแข็งเตรียมไว้ จากนั้นเทชามะนาวใส่แก้ว ตกแต่งด้วยมะนาวฝานบาง พร้อมเสิร์ฟ
เครื่องดื่มเย็นๆกินกับอะไรก็ อร่อย จริงไหม?














ซาลาเปาไส้หมูแดง อาหารจ่านด่วน

มื้อไหนเร่งรีบ เวลาไม่มีก็ต้องมองหาอะไรง่ายๆทานไวๆและอยู่ท้อง หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเมนูซาลาเปาแน่นอน!

 

วิถีเราวิถีคนร้อนรน เอ้ย! คนเร่งรีบ อะไรก็ต้องด่วนอะไรก็ต้องให้ไวอย่ามัวเดินทอดน่องลีลาเยอะอาหารการกินก็เช่นกันในบางเวลาแทบจะไม่มีเวลานั่งทานข้าวละเลียดกินอาหารในจานอย่างคนอื่นๆเค้าก็ต้องหาตัวช่วยอิ่มอร่อยแถมทรงคุณค่า ซาลาเปาเป็นหนึ่งในทางออกที่ดี เราสมารถกินไปด้วยขับรถไปด้วยได้ สามารถกินไปด้วยนั่งทำงานหน้าจอคอมด้วยได้ หรือแม้แต่กระทั่งเดินกินก็ยังไหว 

งั้นวันนี้แอดขอนำเสนอซาลาเปาไส้หมูแดง! เชื่อว่าเป็นอีกไส้ที่เป็นของโปรดของใครหลายๆคนอย่างแน่นอน ด้วยความกลมกล่อมของไส้และรสสัมผัสของน้ำซอสที่ฉ่ำอยู่ภายใน ไปดูสูตรกันค่ะ

วัตถุดิบซาลาเปาไส้หมูแดง

(สำหรับ 15-16 ลูก)

ตัวแป้ง
1. แป้งสาลีชนิดเบา (ร่อน) 2 1/2 ถ้วย
2. ยีสต์แห้ง 1 1/2 ช้อนชา
3. น้ำมันหมู หรือ เนยขาวละลาย 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำอุ่น 1  ถ้วย

ไส้หมูแดง
6. หมูเนื้อแดง 250 กรัม
7. หอมใหญ่ (สับละเอียด) 1 ช้อนโต๊ะ
8. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนชา
9. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
11. ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
12. แป้งข้าวโพด (ละลายในน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ) 1 1/2 ช้อนชา
13. กระดาษขาวบาง (ตัดเป็นสี่เหลี่ยม 2x2 นิ้ว)

อุปกรณ์ที่ใช้

ชามผสม กระทะ กระดาษ ที่นึ่ง

วิธีทำซาลาเปาไส้หมูแดง

1. แป้ง – ตวงแป้งร่อน ใส่อ่าง ทำแป้งให้เป็นบ่อตรงกลาง ใส่น้ำอุ่น น้ำตาล ละลายให้เข้ากัน ใส่ยีสต์ น้ำมันหมู ใช้พายตะล่อมเบาๆ ไปทางเดียวกัน จากนั้นใช้มือนวดจนแป้งนุ่ม (10 นาที) ดูแป้งไม่ติดมือ คลุมแป้งปิดไว้ ปล่อยไว้จนแป้งขึ้นเป็นสองเท่า (1-2 ชม.) ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง
2. ไส้หมูแดง – เนื้อหมูกว้าง 1 1/2 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว ใช้ส้อมจิ้มในทั่ว ผสมซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส คลุกกับหมู หมักไว้ 30-40 นาที ตักเนื้อหมู (เก็บน้ำหมักไว้) นำไปต้มทำให้สุกโดยใส่น้ำเล็กน้อย (หรือจะเข้าอบ) หั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ตั้งกะทะใส่น้ำหมักหมู หอมใหญ่สับ ผัดให้หอม ใส่เนื้อหมูที่หั่น ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ชิมรสให้ออกเค็ม หวาน ผัดจนแห้ง
3. นำแป้งที่หมักไว้ แบ่งเป็นก้อนเท่าๆ กัน ได้ประมาณ 15-16 ก้อน แผ่นก้อนแป้งเป็นวงกลม ขอบแป้งบางกว่าตรงกลาง  ตักไส้ใส่แล้วจีบรอบแป้ง วางขนมบนกระดาษที่ตัดไว้ จัดเรียงในลังถึง ปล่อยให้แป้งขึ้นอีก 5-10 นาที นำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรง ประมาณ 10 นาที พอสุกนำใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแป้งจะได้นุ่มอยู่เสมอ

เคล็ดลับทำซาลาเปาให้อร่อย

  • เลือกใช้แป้งสาลีชนิดโปรตีน 8 - 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดเป็นแป้งสาลีชนิดพิเศษ คือมีปริมาณโปรตีนอยู่ระหว่างแป้งเค้กกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ เนื้อแป้งละเอียดสัมผัสเบา มีหลายยี่ห้อ เช่น ตราบัวหิมะ ตรากิเลนเหลือง และตราบัวแดง เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการเนื้อสัมผัสนุ่มฟูและมีปริมาณน้ำตาลน้อยอย่างซาลาเปา ซึ่งแตกต่างจากแป้งเค้กที่เหมาะกับขนมที่มีน้ำตาลสูงอย่างเค้กและคุกกี้

  • ต้องร่อนแป้งก่อนทุกครั้ง โดยให้ตะแกรงร่อนแป้ง 2 - 3 ครั้งก่อนนำแป้งไปใช้ เพราะอาจมีแป้งบางส่วนชื้นแล้วจับตัวเป็นก้อน เมื่อนำไปนวดอาจใช้เวลานานกว่าจะเข้ากันและทำให้แป้งมีเนื้อเหนียวเพราะโพรงอากาศเสียสภาพขณะนวด

  • หัวเชื้อทำให้แป้งซาลาเปาพองฟู หัวเชื้อหรือเรียกอีกอย่างว่า สปันจ์ (Sponge) ทำจากแป้งสาลี น้ำ และยีสต์ ผสมกันแล้วหมักทิ้งไว้ ระหว่างหมักแป้งจะดูดน้ำเกิดเป็นกลูเตน (Gluten) หรือโปรตีนในแป้งสาลี กลูเตนนี้ทำให้เนื้อแป้งมีความเหนียว ยืดตัวได้ และช่วยเก็บก๊าซจากการทำงานของยีสต์และน้ำตาลไว้ภายใน ทำให้หัวเชื้อพองฟู เมื่อใส่หัวเชื้อในแป้งซาลาเปาก็จะช่วยให้เนื้อแป้งฟูนุ่มยิ่งขึ้น

  • นวดแป้งด้วยน้ำเย็น ทำให้แป้งรวมตัวกันได้ง่ายขึ้น และช่วยชะลอการหมักให้เกิดขึ้นช้าๆ เพราะถ้าใช้น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิสูง ยีสต์จะทำงานได้ดี แป้งซาลาเปาจึงขึ้นฟูอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เนื้อสัมผัสแป้งซาลาเปาไม่เนียนละเอียด

  • พักแป้งเพื่อให้แป้งซาลาเปาฟูนุ่ม หลังนวดแป้งเสร็จให้ตัดแบ่งแป้ง นำมารีดแล้วบรรจุไส้จากนั้นพักไว้ 15 - 20 นาทีจนขึ้นฟูเป็นสองเท่า วิธีนี้จะช่วยเพิ่มฟองอากาศให้กับแป้งซาลาเปาเมื่อนำไปนึ่งจะได้ซาลาเปาที่ฟูนุ่ม

  • คลึงแป้งช่วยไล่อากาศ การคลึงแป้งให้กลมเป็นการไล่อากาศและช่วยให้แป้งมีผิวหน้าเนียนเรียบ เมื่อนำไปหมักจะทำให้แป้งขึ้นฟูสม่ำเสมอทั่วกันทั้งชิ้น

  • เทคนิคใช้ถุงพลาสติกแทนแป้งนวล ไม้คลึงแป้งที่มีแป้งนวลมากเกินไป เมื่อนำไปใช้จะทำให้แป้งนวลติดไปกับส่วนผสมแป้งซาลาเปา ทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งซาลาเปาแข็งกระด้างทางร้านจึงประยุกต์ใช้ถุงร้อนขนาดใหญ่วางลงบนแป้ง แล้วใช้อุ้งมือกดแป้งซาลาเปาก่อนใช้ไม้คลึง โดยไม่ต้องใช้แป้งนวล

  • ไส้หมูสับต้องนวดและหมักข้ามคืนในตู้เย็น การนวดจะทำให้เครื่องปรุงเข้ากับเนื้อหมู สามารถใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งก็ได้ เมื่อนวดได้ที่ส่วนผสมจะมีเนื้อเนียนและเหนียวขึ้น จากนั้นนำไปหมักข้ามคืนในตู้เย็น ความเย็นจะช่วยให้เนื้อหมูกักเก็บรสชาติจากเครื่องปรุงได้ดี

  • ไส้ห่อง่ายถ้าแช่เย็นจัด เพราะส่วนผสมไส้หมูสับใส่มันหมูเพื่อให้เนื้อสัมผัสนุ่ม หากอุณหภูมิไม่เย็นจัดจะทำให้ส่วนผสมเหลวขึ้นทำให้จีบยาก ส่วนผสมไส้อาจทะลักออกมานอกแป้งดูไม่น่ากิน

  • ต้องนึ่งน้ำเดือด เพราะไอน้ำและความร้อนจะช่วยให้แป้งซาลาเปาพองตัว เนื้อสัมผัสนุ่ม หากนึ่งน้ำไม่เดือดจะทำให้แป้งแข็งกระด้างและไส้ไม่สุก

  • พักซาลาเปาที่นึ่งสุกแล้วให้เย็นบนตะแกรงไม้ไผ่ เพราะตะแกรงไม้ไผ่จะกระจายความร้อนได้ดี ช่วยให้ก้นขนมไม่แฉะ ทั้งนี้วิธีเช็กว่าซาลาเปาเย็นสนิทดี คือ ให้หยิบซาลาเปา 2 ลูกมาชนกัน ถ้าแป้งติดกันต้องพักต่อให้เย็นสนิท แต่ถ้าแป้งซาลาเปาไม่ติดกันแล้วถือว่าใช้ได้ บรรจุใส่ถุงพลาสติกแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อรออุ่นขายหรือรับประทานอีกครั้ง



วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ซาลาเปาไส้หมูสับ อาหารจานด่วน

ซาลาเปาไส้หมูสับ

ในยุคนี้สมัยนี้อะไรก็ล้วนแต่มีเร่งรีบ นับตั้งแต่ตื่นเช้ามาก็ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวจัดกระเป๋าเตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อไปส่งลูกแล้วเลยไปทำงานต่อให้ทันเวลา ช่วงเช้าเราจึงมักจะหาอะไรที่กินง่ายๆ อิ่มท้องและสามารถกินไปด้วยขับรถไปด้วยได้ หรือแม้แต่บางคนเดินไปกินไประหว่างทาง

ซาลาเปาจึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สะดวกมากสำหรับช่วงเวลาเช่นนี้ ซาลาเปาไส้หมูสับที่อร่อยแป้งจะต้องนุ่ม ไส้จะต้องมีรสชาติเค็มหวานกำลังดีไม่มีรสชาติใดโดดเด่นจนเกินไป การปรุงรสจะต้องกลมกล่อม

งั้นอย่ารอช้า เรามาดูส่วนประกอบของเจ้าซาลาเปาหมูสับกันเถอะ

ส่วนผสมซาลาเปาไส้หมูสับ (สูตรนี้ทำได้ 30 - 35 ลูก)

ใช้เวลาในการเตรียม 30 นาที ปรุง 25 นาที (ไม่รวมเวลาหมักหมู)

ส่วนผสมหัวเชื้อ

1. แป้งสาลีชนิดพิเศษตราบัวแดง 500 กรัม

2. น้ำเปล่า 400 กรัม

3. ยีสต์ผง 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมแป้งซาลาเปา

1. แป้งสาลีชนิดพิเศษ ตราบัวแดง 500 กรัม

2. ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำตาลทราย 150 กรัม

4. เกลือ 1 ช้อนชา

5. น้ำมันพืช 150 กรัม

ส่วนผสมไส้หมูสับ

1. หมูบด 1 กิโลกรัม

2. มันหมูบด 100 กรัม

3. มันแกวขูดเป็นเส้น 300 กรัม

4. ไข่ไก่ต้มผ่าครึ่งหั่นสี่ส่วน 4 ลูก

5. รากผักชี กระเทียม พริกไทยรวมกัน 1 ช้อนโต๊ะ

6. ต้นหอมซอย ¼ ถ้วย

7. ซีอิ๊วขาว ¼ ถ้วย

8. ซอสปรุงรส  ¼ ถ้วย

9. น้ำตาลทราย ½ ถ้วย

10. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ

11. น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ผสมส่วนผสมไส้หมูสับทั้งหมด นวดจนเข้ากันดี ใส่ภาชนะมีฝาปิดแล้วแช่ในตู้เย็นข้ามคืนไว้

2. ทำหัวเชื้อโดยผสมส่วนผสมทั้งหมด นวดให้เข้ากัน ใช้เวลานวดประมาณ 8 - 10 นาที แล้วหมักจนขึ้นฟูเป็นสองเท่า โดยไม่ต้องนำออกจากอ่างผสมหรือเครื่องนวดแป้ง

3. ใส่ส่วนผสมซาลาเปาทั้งหมดลงไปนวดรวมกับหัวเชื้อนานประมาณ 15 นาทีจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน

4. เทแป้งที่นวดแล้วลงบนโต๊ะ ตัดแป้งเป็นก้อน ก้อนละ 30 กรัม จนหมด คลึงแป้งให้เป็นก้อนกลม คว่ำด้านเรียบไว้ด้านล่าง แล้วคลุมก้อนแป้งด้วยถุงพลาสติก ใช้อุ้งมือกดแป้งให้แบน จากนั้นใช้ไม้คลึงแป้งบางประมาณ ½ เซนติเมตร ดึงพลาสติกออก

5. นำไส้หมูสับออกจากตู้เย็น ใช้ที่ตักไอศกรีมเบอร์ 50 ตักไส้หมูให้เต็ม จะได้น้ำหนักประมาณ 35 กรัม วางลงบนแป้ง วางไข่ต้มบนหมู

6. จับจีบแป้งซาลาเปาโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งจีบขอบแป้งเบา ๆ ให้ติดกัน อีกมือหนึ่งประคองและหมุนซาลาเปาเป็นวงกลม จนถึงจีบสุดท้ายให้บิดมือแล้วบีบให้ติดกับจีบแรก รองซาลาเปาด้วยกระดาษขนาด 1.5 × 1.5 นิ้ว

7. เรียงลงในลังถึง พักไว้ 15 - 20 นาทีจนซาลาเปาขึ้นฟูเป็นสองเท่า จึงนำไปนึ่งบนน้ำเดือดจัดนาน 15 นาทีจนสุก ยกลง

8. พักซาลาเปาบนตะแกรงไม้ไผ่จนเย็นสนิท จึงเก็บใส่ถุงแช่ตู้เย็น เก็บไว้นานได้ 3 วัน

เคล็ดลับทำซาลาเปาให้อร่อย

  • เลือกใช้แป้งสาลีชนิดโปรตีน 8 - 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดเป็นแป้งสาลีชนิดพิเศษ คือมีปริมาณโปรตีนอยู่ระหว่างแป้งเค้กกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ เนื้อแป้งละเอียดสัมผัสเบา มีหลายยี่ห้อ เช่น ตราบัวหิมะ ตรากิเลนเหลือง และตราบัวแดง เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการเนื้อสัมผัสนุ่มฟูและมีปริมาณน้ำตาลน้อยอย่างซาลาเปา ซึ่งแตกต่างจากแป้งเค้กที่เหมาะกับขนมที่มีน้ำตาลสูงอย่างเค้กและคุกกี้

  • ต้องร่อนแป้งก่อนทุกครั้ง โดยให้ตะแกรงร่อนแป้ง 2 - 3 ครั้งก่อนนำแป้งไปใช้ เพราะอาจมีแป้งบางส่วนชื้นแล้วจับตัวเป็นก้อน เมื่อนำไปนวดอาจใช้เวลานานกว่าจะเข้ากันและทำให้แป้งมีเนื้อเหนียวเพราะโพรงอากาศเสียสภาพขณะนวด

  • หัวเชื้อทำให้แป้งซาลาเปาพองฟู หัวเชื้อหรือเรียกอีกอย่างว่า สปันจ์ (Sponge) ทำจากแป้งสาลี น้ำ และยีสต์ ผสมกันแล้วหมักทิ้งไว้ ระหว่างหมักแป้งจะดูดน้ำเกิดเป็นกลูเตน (Gluten) หรือโปรตีนในแป้งสาลี กลูเตนนี้ทำให้เนื้อแป้งมีความเหนียว ยืดตัวได้ และช่วยเก็บก๊าซจากการทำงานของยีสต์และน้ำตาลไว้ภายใน ทำให้หัวเชื้อพองฟู เมื่อใส่หัวเชื้อในแป้งซาลาเปาก็จะช่วยให้เนื้อแป้งฟูนุ่มยิ่งขึ้น

  • นวดแป้งด้วยน้ำเย็น ทำให้แป้งรวมตัวกันได้ง่ายขึ้น และช่วยชะลอการหมักให้เกิดขึ้นช้าๆ เพราะถ้าใช้น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิสูง ยีสต์จะทำงานได้ดี แป้งซาลาเปาจึงขึ้นฟูอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เนื้อสัมผัสแป้งซาลาเปาไม่เนียนละเอียด

  • พักแป้งเพื่อให้แป้งซาลาเปาฟูนุ่ม หลังนวดแป้งเสร็จให้ตัดแบ่งแป้ง นำมารีดแล้วบรรจุไส้จากนั้นพักไว้ 15 - 20 นาทีจนขึ้นฟูเป็นสองเท่า วิธีนี้จะช่วยเพิ่มฟองอากาศให้กับแป้งซาลาเปาเมื่อนำไปนึ่งจะได้ซาลาเปาที่ฟูนุ่ม

  • คลึงแป้งช่วยไล่อากาศ การคลึงแป้งให้กลมเป็นการไล่อากาศและช่วยให้แป้งมีผิวหน้าเนียนเรียบ เมื่อนำไปหมักจะทำให้แป้งขึ้นฟูสม่ำเสมอทั่วกันทั้งชิ้น

  • เทคนิคใช้ถุงพลาสติกแทนแป้งนวล ไม้คลึงแป้งที่มีแป้งนวลมากเกินไป เมื่อนำไปใช้จะทำให้แป้งนวลติดไปกับส่วนผสมแป้งซาลาเปา ทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งซาลาเปาแข็งกระด้างทางร้านจึงประยุกต์ใช้ถุงร้อนขนาดใหญ่วางลงบนแป้ง แล้วใช้อุ้งมือกดแป้งซาลาเปาก่อนใช้ไม้คลึง โดยไม่ต้องใช้แป้งนวล

  • ไส้หมูสับต้องนวดและหมักข้ามคืนในตู้เย็น การนวดจะทำให้เครื่องปรุงเข้ากับเนื้อหมู สามารถใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งก็ได้ เมื่อนวดได้ที่ส่วนผสมจะมีเนื้อเนียนและเหนียวขึ้น จากนั้นนำไปหมักข้ามคืนในตู้เย็น ความเย็นจะช่วยให้เนื้อหมูกักเก็บรสชาติจากเครื่องปรุงได้ดี

  • ไส้ห่อง่ายถ้าแช่เย็นจัด เพราะส่วนผสมไส้หมูสับใส่มันหมูเพื่อให้เนื้อสัมผัสนุ่ม หากอุณหภูมิไม่เย็นจัดจะทำให้ส่วนผสมเหลวขึ้นทำให้จีบยาก ส่วนผสมไส้อาจทะลักออกมานอกแป้งดูไม่น่ากิน

  • ต้องนึ่งน้ำเดือด เพราะไอน้ำและความร้อนจะช่วยให้แป้งซาลาเปาพองตัว เนื้อสัมผัสนุ่ม หากนึ่งน้ำไม่เดือดจะทำให้แป้งแข็งกระด้างและไส้ไม่สุก

  • พักซาลาเปาที่นึ่งสุกแล้วให้เย็นบนตะแกรงไม้ไผ่ เพราะตะแกรงไม้ไผ่จะกระจายความร้อนได้ดี ช่วยให้ก้นขนมไม่แฉะ ทั้งนี้วิธีเช็กว่าซาลาเปาเย็นสนิทดี คือ ให้หยิบซาลาเปา 2 ลูกมาชนกัน ถ้าแป้งติดกันต้องพักต่อให้เย็นสนิท แต่ถ้าแป้งซาลาเปาไม่ติดกันแล้วถือว่าใช้ได้ บรรจุใส่ถุงพลาสติกแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อรออุ่นขายหรือรับประทานอีกครั้ง