- 1. ใบกะเพราแดง
- 2. หมูสับ 2 ขีด
- 3. พริกชี้ฟ้า 10 เม็ด
- 4. กระเทียม 7-10 กลีบ
- 5. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- 6. ซีอิ๊วหวาน 2 ช้อนชา
- 7. น้ำมันพืช
- 8. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
บทความและเนื้อหาต่างๆ เกี่ยวกับบ้าน อาคาร โรงงาน คอนโด ฯลฯ สรรพสิ้่งทั้งหลายกี่ยวกับงานก่อสร้าง ที่คนอยากมีควรจะรับรู้เอาไว้ ขอขอบคุณในการติดตาม
วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
กะเพราหมูสับไข่ดาว
วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ชามะนาว
2. บีบมะนาวลงไปในชา คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เติมน้ำตาล ชิมรสตามใจชอบ พักให้เย็น
3. ตักน้ำแข็งเตรียมไว้ จากนั้นเทชามะนาวใส่แก้ว ตกแต่งด้วยมะนาวฝานบาง พร้อมเสิร์ฟ
ซาลาเปาไส้หมูแดง อาหารจ่านด่วน
วัตถุดิบซาลาเปาไส้หมูแดง
(สำหรับ 15-16 ลูก)ตัวแป้ง
1. แป้งสาลีชนิดเบา (ร่อน) 2 1/2 ถ้วย
2. ยีสต์แห้ง 1 1/2 ช้อนชา
3. น้ำมันหมู หรือ เนยขาวละลาย 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำอุ่น 1 ถ้วย
ไส้หมูแดง
6. หมูเนื้อแดง 250 กรัม
7. หอมใหญ่ (สับละเอียด) 1 ช้อนโต๊ะ
8. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนชา
9. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
11. ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
12. แป้งข้าวโพด (ละลายในน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ) 1 1/2 ช้อนชา
13. กระดาษขาวบาง (ตัดเป็นสี่เหลี่ยม 2x2 นิ้ว)
อุปกรณ์ที่ใช้
ชามผสม กระทะ กระดาษ ที่นึ่งวิธีทำซาลาเปาไส้หมูแดง
1. แป้ง – ตวงแป้งร่อน ใส่อ่าง ทำแป้งให้เป็นบ่อตรงกลาง ใส่น้ำอุ่น น้ำตาล ละลายให้เข้ากัน ใส่ยีสต์ น้ำมันหมู ใช้พายตะล่อมเบาๆ ไปทางเดียวกัน จากนั้นใช้มือนวดจนแป้งนุ่ม (10 นาที) ดูแป้งไม่ติดมือ คลุมแป้งปิดไว้ ปล่อยไว้จนแป้งขึ้นเป็นสองเท่า (1-2 ชม.) ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง2. ไส้หมูแดง – เนื้อหมูกว้าง 1 1/2 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว ใช้ส้อมจิ้มในทั่ว ผสมซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส คลุกกับหมู หมักไว้ 30-40 นาที ตักเนื้อหมู (เก็บน้ำหมักไว้) นำไปต้มทำให้สุกโดยใส่น้ำเล็กน้อย (หรือจะเข้าอบ) หั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ตั้งกะทะใส่น้ำหมักหมู หอมใหญ่สับ ผัดให้หอม ใส่เนื้อหมูที่หั่น ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ชิมรสให้ออกเค็ม หวาน ผัดจนแห้ง
3. นำแป้งที่หมักไว้ แบ่งเป็นก้อนเท่าๆ กัน ได้ประมาณ 15-16 ก้อน แผ่นก้อนแป้งเป็นวงกลม ขอบแป้งบางกว่าตรงกลาง ตักไส้ใส่แล้วจีบรอบแป้ง วางขนมบนกระดาษที่ตัดไว้ จัดเรียงในลังถึง ปล่อยให้แป้งขึ้นอีก 5-10 นาที นำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรง ประมาณ 10 นาที พอสุกนำใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแป้งจะได้นุ่มอยู่เสมอ
เคล็ดลับทำซาลาเปาให้อร่อย
- เลือกใช้แป้งสาลีชนิดโปรตีน 8 - 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดเป็นแป้งสาลีชนิดพิเศษ คือมีปริมาณโปรตีนอยู่ระหว่างแป้งเค้กกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ เนื้อแป้งละเอียดสัมผัสเบา มีหลายยี่ห้อ เช่น ตราบัวหิมะ ตรากิเลนเหลือง และตราบัวแดง เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการเนื้อสัมผัสนุ่มฟูและมีปริมาณน้ำตาลน้อยอย่างซาลาเปา ซึ่งแตกต่างจากแป้งเค้กที่เหมาะกับขนมที่มีน้ำตาลสูงอย่างเค้กและคุกกี้
- ต้องร่อนแป้งก่อนทุกครั้ง โดยให้ตะแกรงร่อนแป้ง 2 - 3 ครั้งก่อนนำแป้งไปใช้ เพราะอาจมีแป้งบางส่วนชื้นแล้วจับตัวเป็นก้อน เมื่อนำไปนวดอาจใช้เวลานานกว่าจะเข้ากันและทำให้แป้งมีเนื้อเหนียวเพราะโพรงอากาศเสียสภาพขณะนวด
- หัวเชื้อทำให้แป้งซาลาเปาพองฟู หัวเชื้อหรือเรียกอีกอย่างว่า สปันจ์ (Sponge) ทำจากแป้งสาลี น้ำ และยีสต์ ผสมกันแล้วหมักทิ้งไว้ ระหว่างหมักแป้งจะดูดน้ำเกิดเป็นกลูเตน (Gluten) หรือโปรตีนในแป้งสาลี กลูเตนนี้ทำให้เนื้อแป้งมีความเหนียว ยืดตัวได้ และช่วยเก็บก๊าซจากการทำงานของยีสต์และน้ำตาลไว้ภายใน ทำให้หัวเชื้อพองฟู เมื่อใส่หัวเชื้อในแป้งซาลาเปาก็จะช่วยให้เนื้อแป้งฟูนุ่มยิ่งขึ้น
- นวดแป้งด้วยน้ำเย็น ทำให้แป้งรวมตัวกันได้ง่ายขึ้น และช่วยชะลอการหมักให้เกิดขึ้นช้าๆ เพราะถ้าใช้น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิสูง ยีสต์จะทำงานได้ดี แป้งซาลาเปาจึงขึ้นฟูอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เนื้อสัมผัสแป้งซาลาเปาไม่เนียนละเอียด
- พักแป้งเพื่อให้แป้งซาลาเปาฟูนุ่ม หลังนวดแป้งเสร็จให้ตัดแบ่งแป้ง นำมารีดแล้วบรรจุไส้จากนั้นพักไว้ 15 - 20 นาทีจนขึ้นฟูเป็นสองเท่า วิธีนี้จะช่วยเพิ่มฟองอากาศให้กับแป้งซาลาเปาเมื่อนำไปนึ่งจะได้ซาลาเปาที่ฟูนุ่ม
- คลึงแป้งช่วยไล่อากาศ การคลึงแป้งให้กลมเป็นการไล่อากาศและช่วยให้แป้งมีผิวหน้าเนียนเรียบ เมื่อนำไปหมักจะทำให้แป้งขึ้นฟูสม่ำเสมอทั่วกันทั้งชิ้น
- เทคนิคใช้ถุงพลาสติกแทนแป้งนวล ไม้คลึงแป้งที่มีแป้งนวลมากเกินไป เมื่อนำไปใช้จะทำให้แป้งนวลติดไปกับส่วนผสมแป้งซาลาเปา ทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งซาลาเปาแข็งกระด้างทางร้านจึงประยุกต์ใช้ถุงร้อนขนาดใหญ่วางลงบนแป้ง แล้วใช้อุ้งมือกดแป้งซาลาเปาก่อนใช้ไม้คลึง โดยไม่ต้องใช้แป้งนวล
- ไส้หมูสับต้องนวดและหมักข้ามคืนในตู้เย็น การนวดจะทำให้เครื่องปรุงเข้ากับเนื้อหมู สามารถใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งก็ได้ เมื่อนวดได้ที่ส่วนผสมจะมีเนื้อเนียนและเหนียวขึ้น จากนั้นนำไปหมักข้ามคืนในตู้เย็น ความเย็นจะช่วยให้เนื้อหมูกักเก็บรสชาติจากเครื่องปรุงได้ดี
- ไส้ห่อง่ายถ้าแช่เย็นจัด เพราะส่วนผสมไส้หมูสับใส่มันหมูเพื่อให้เนื้อสัมผัสนุ่ม หากอุณหภูมิไม่เย็นจัดจะทำให้ส่วนผสมเหลวขึ้นทำให้จีบยาก ส่วนผสมไส้อาจทะลักออกมานอกแป้งดูไม่น่ากิน
- ต้องนึ่งน้ำเดือด เพราะไอน้ำและความร้อนจะช่วยให้แป้งซาลาเปาพองตัว เนื้อสัมผัสนุ่ม หากนึ่งน้ำไม่เดือดจะทำให้แป้งแข็งกระด้างและไส้ไม่สุก
- พักซาลาเปาที่นึ่งสุกแล้วให้เย็นบนตะแกรงไม้ไผ่ เพราะตะแกรงไม้ไผ่จะกระจายความร้อนได้ดี ช่วยให้ก้นขนมไม่แฉะ ทั้งนี้วิธีเช็กว่าซาลาเปาเย็นสนิทดี คือ ให้หยิบซาลาเปา 2 ลูกมาชนกัน ถ้าแป้งติดกันต้องพักต่อให้เย็นสนิท แต่ถ้าแป้งซาลาเปาไม่ติดกันแล้วถือว่าใช้ได้ บรรจุใส่ถุงพลาสติกแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อรออุ่นขายหรือรับประทานอีกครั้ง
วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ซาลาเปาไส้หมูสับ อาหารจานด่วน
ในยุคนี้สมัยนี้อะไรก็ล้วนแต่มีเร่งรีบ นับตั้งแต่ตื่นเช้ามาก็ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวจัดกระเป๋าเตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อไปส่งลูกแล้วเลยไปทำงานต่อให้ทันเวลา ช่วงเช้าเราจึงมักจะหาอะไรที่กินง่ายๆ อิ่มท้องและสามารถกินไปด้วยขับรถไปด้วยได้ หรือแม้แต่บางคนเดินไปกินไประหว่างทาง
ซาลาเปาจึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สะดวกมากสำหรับช่วงเวลาเช่นนี้ ซาลาเปาไส้หมูสับที่อร่อยแป้งจะต้องนุ่ม ไส้จะต้องมีรสชาติเค็มหวานกำลังดีไม่มีรสชาติใดโดดเด่นจนเกินไป การปรุงรสจะต้องกลมกล่อม
งั้นอย่ารอช้า เรามาดูส่วนประกอบของเจ้าซาลาเปาหมูสับกันเถอะ
ส่วนผสมซาลาเปาไส้หมูสับ (สูตรนี้ทำได้ 30 - 35 ลูก)
ใช้เวลาในการเตรียม 30 นาที ปรุง 25 นาที (ไม่รวมเวลาหมักหมู)
ส่วนผสมหัวเชื้อ
1. แป้งสาลีชนิดพิเศษตราบัวแดง 500 กรัม
2. น้ำเปล่า 400 กรัม
3. ยีสต์ผง 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมแป้งซาลาเปา
1. แป้งสาลีชนิดพิเศษ ตราบัวแดง 500 กรัม
2. ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำตาลทราย 150 กรัม
4. เกลือ 1 ช้อนชา
5. น้ำมันพืช 150 กรัม
ส่วนผสมไส้หมูสับ
1. หมูบด 1 กิโลกรัม
2. มันหมูบด 100 กรัม
3. มันแกวขูดเป็นเส้น 300 กรัม
4. ไข่ไก่ต้มผ่าครึ่งหั่นสี่ส่วน 4 ลูก
5. รากผักชี กระเทียม พริกไทยรวมกัน 1 ช้อนโต๊ะ
6. ต้นหอมซอย ¼ ถ้วย
7. ซีอิ๊วขาว ¼ ถ้วย
8. ซอสปรุงรส ¼ ถ้วย
9. น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
10. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ผสมส่วนผสมไส้หมูสับทั้งหมด นวดจนเข้ากันดี ใส่ภาชนะมีฝาปิดแล้วแช่ในตู้เย็นข้ามคืนไว้
2. ทำหัวเชื้อโดยผสมส่วนผสมทั้งหมด นวดให้เข้ากัน ใช้เวลานวดประมาณ 8 - 10 นาที แล้วหมักจนขึ้นฟูเป็นสองเท่า โดยไม่ต้องนำออกจากอ่างผสมหรือเครื่องนวดแป้ง
3. ใส่ส่วนผสมซาลาเปาทั้งหมดลงไปนวดรวมกับหัวเชื้อนานประมาณ 15 นาทีจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
4. เทแป้งที่นวดแล้วลงบนโต๊ะ ตัดแป้งเป็นก้อน ก้อนละ 30 กรัม จนหมด คลึงแป้งให้เป็นก้อนกลม คว่ำด้านเรียบไว้ด้านล่าง แล้วคลุมก้อนแป้งด้วยถุงพลาสติก ใช้อุ้งมือกดแป้งให้แบน จากนั้นใช้ไม้คลึงแป้งบางประมาณ ½ เซนติเมตร ดึงพลาสติกออก
5. นำไส้หมูสับออกจากตู้เย็น ใช้ที่ตักไอศกรีมเบอร์ 50 ตักไส้หมูให้เต็ม จะได้น้ำหนักประมาณ 35 กรัม วางลงบนแป้ง วางไข่ต้มบนหมู
6. จับจีบแป้งซาลาเปาโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งจีบขอบแป้งเบา ๆ ให้ติดกัน อีกมือหนึ่งประคองและหมุนซาลาเปาเป็นวงกลม จนถึงจีบสุดท้ายให้บิดมือแล้วบีบให้ติดกับจีบแรก รองซาลาเปาด้วยกระดาษขนาด 1.5 × 1.5 นิ้ว
7. เรียงลงในลังถึง พักไว้ 15 - 20 นาทีจนซาลาเปาขึ้นฟูเป็นสองเท่า จึงนำไปนึ่งบนน้ำเดือดจัดนาน 15 นาทีจนสุก ยกลง
8. พักซาลาเปาบนตะแกรงไม้ไผ่จนเย็นสนิท จึงเก็บใส่ถุงแช่ตู้เย็น เก็บไว้นานได้ 3 วัน
เคล็ดลับทำซาลาเปาให้อร่อย
- เลือกใช้แป้งสาลีชนิดโปรตีน 8 - 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดเป็นแป้งสาลีชนิดพิเศษ คือมีปริมาณโปรตีนอยู่ระหว่างแป้งเค้กกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ เนื้อแป้งละเอียดสัมผัสเบา มีหลายยี่ห้อ เช่น ตราบัวหิมะ ตรากิเลนเหลือง และตราบัวแดง เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการเนื้อสัมผัสนุ่มฟูและมีปริมาณน้ำตาลน้อยอย่างซาลาเปา ซึ่งแตกต่างจากแป้งเค้กที่เหมาะกับขนมที่มีน้ำตาลสูงอย่างเค้กและคุกกี้
- ต้องร่อนแป้งก่อนทุกครั้ง โดยให้ตะแกรงร่อนแป้ง 2 - 3 ครั้งก่อนนำแป้งไปใช้ เพราะอาจมีแป้งบางส่วนชื้นแล้วจับตัวเป็นก้อน เมื่อนำไปนวดอาจใช้เวลานานกว่าจะเข้ากันและทำให้แป้งมีเนื้อเหนียวเพราะโพรงอากาศเสียสภาพขณะนวด
- หัวเชื้อทำให้แป้งซาลาเปาพองฟู หัวเชื้อหรือเรียกอีกอย่างว่า สปันจ์ (Sponge) ทำจากแป้งสาลี น้ำ และยีสต์ ผสมกันแล้วหมักทิ้งไว้ ระหว่างหมักแป้งจะดูดน้ำเกิดเป็นกลูเตน (Gluten) หรือโปรตีนในแป้งสาลี กลูเตนนี้ทำให้เนื้อแป้งมีความเหนียว ยืดตัวได้ และช่วยเก็บก๊าซจากการทำงานของยีสต์และน้ำตาลไว้ภายใน ทำให้หัวเชื้อพองฟู เมื่อใส่หัวเชื้อในแป้งซาลาเปาก็จะช่วยให้เนื้อแป้งฟูนุ่มยิ่งขึ้น
- นวดแป้งด้วยน้ำเย็น ทำให้แป้งรวมตัวกันได้ง่ายขึ้น และช่วยชะลอการหมักให้เกิดขึ้นช้าๆ เพราะถ้าใช้น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิสูง ยีสต์จะทำงานได้ดี แป้งซาลาเปาจึงขึ้นฟูอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เนื้อสัมผัสแป้งซาลาเปาไม่เนียนละเอียด
- พักแป้งเพื่อให้แป้งซาลาเปาฟูนุ่ม หลังนวดแป้งเสร็จให้ตัดแบ่งแป้ง นำมารีดแล้วบรรจุไส้จากนั้นพักไว้ 15 - 20 นาทีจนขึ้นฟูเป็นสองเท่า วิธีนี้จะช่วยเพิ่มฟองอากาศให้กับแป้งซาลาเปาเมื่อนำไปนึ่งจะได้ซาลาเปาที่ฟูนุ่ม
- คลึงแป้งช่วยไล่อากาศ การคลึงแป้งให้กลมเป็นการไล่อากาศและช่วยให้แป้งมีผิวหน้าเนียนเรียบ เมื่อนำไปหมักจะทำให้แป้งขึ้นฟูสม่ำเสมอทั่วกันทั้งชิ้น
- เทคนิคใช้ถุงพลาสติกแทนแป้งนวล ไม้คลึงแป้งที่มีแป้งนวลมากเกินไป เมื่อนำไปใช้จะทำให้แป้งนวลติดไปกับส่วนผสมแป้งซาลาเปา ทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งซาลาเปาแข็งกระด้างทางร้านจึงประยุกต์ใช้ถุงร้อนขนาดใหญ่วางลงบนแป้ง แล้วใช้อุ้งมือกดแป้งซาลาเปาก่อนใช้ไม้คลึง โดยไม่ต้องใช้แป้งนวล
- ไส้หมูสับต้องนวดและหมักข้ามคืนในตู้เย็น การนวดจะทำให้เครื่องปรุงเข้ากับเนื้อหมู สามารถใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งก็ได้ เมื่อนวดได้ที่ส่วนผสมจะมีเนื้อเนียนและเหนียวขึ้น จากนั้นนำไปหมักข้ามคืนในตู้เย็น ความเย็นจะช่วยให้เนื้อหมูกักเก็บรสชาติจากเครื่องปรุงได้ดี
- ไส้ห่อง่ายถ้าแช่เย็นจัด เพราะส่วนผสมไส้หมูสับใส่มันหมูเพื่อให้เนื้อสัมผัสนุ่ม หากอุณหภูมิไม่เย็นจัดจะทำให้ส่วนผสมเหลวขึ้นทำให้จีบยาก ส่วนผสมไส้อาจทะลักออกมานอกแป้งดูไม่น่ากิน
- ต้องนึ่งน้ำเดือด เพราะไอน้ำและความร้อนจะช่วยให้แป้งซาลาเปาพองตัว เนื้อสัมผัสนุ่ม หากนึ่งน้ำไม่เดือดจะทำให้แป้งแข็งกระด้างและไส้ไม่สุก
- พักซาลาเปาที่นึ่งสุกแล้วให้เย็นบนตะแกรงไม้ไผ่ เพราะตะแกรงไม้ไผ่จะกระจายความร้อนได้ดี ช่วยให้ก้นขนมไม่แฉะ ทั้งนี้วิธีเช็กว่าซาลาเปาเย็นสนิทดี คือ ให้หยิบซาลาเปา 2 ลูกมาชนกัน ถ้าแป้งติดกันต้องพักต่อให้เย็นสนิท แต่ถ้าแป้งซาลาเปาไม่ติดกันแล้วถือว่าใช้ได้ บรรจุใส่ถุงพลาสติกแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อรออุ่นขายหรือรับประทานอีกครั้ง