มื้อไหนเร่งรีบ เวลาไม่มีก็ต้องมองหาอะไรง่ายๆทานไวๆและอยู่ท้อง หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเมนูซาลาเปาแน่นอน!
วิถีเราวิถีคนร้อนรน เอ้ย! คนเร่งรีบ อะไรก็ต้องด่วนอะไรก็ต้องให้ไวอย่ามัวเดินทอดน่องลีลาเยอะอาหารการกินก็เช่นกันในบางเวลาแทบจะไม่มีเวลานั่งทานข้าวละเลียดกินอาหารในจานอย่างคนอื่นๆเค้าก็ต้องหาตัวช่วยอิ่มอร่อยแถมทรงคุณค่า ซาลาเปาเป็นหนึ่งในทางออกที่ดี เราสมารถกินไปด้วยขับรถไปด้วยได้ สามารถกินไปด้วยนั่งทำงานหน้าจอคอมด้วยได้ หรือแม้แต่กระทั่งเดินกินก็ยังไหว
งั้นวันนี้แอดขอนำเสนอซาลาเปาไส้หมูแดง! เชื่อว่าเป็นอีกไส้ที่เป็นของโปรดของใครหลายๆคนอย่างแน่นอน ด้วยความกลมกล่อมของไส้และรสสัมผัสของน้ำซอสที่ฉ่ำอยู่ภายใน ไปดูสูตรกันค่ะ
วัตถุดิบซาลาเปาไส้หมูแดง
(สำหรับ 15-16 ลูก)ตัวแป้ง
1. แป้งสาลีชนิดเบา (ร่อน) 2 1/2 ถ้วย
2. ยีสต์แห้ง 1 1/2 ช้อนชา
3. น้ำมันหมู หรือ เนยขาวละลาย 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำอุ่น 1 ถ้วย
ไส้หมูแดง
6. หมูเนื้อแดง 250 กรัม
7. หอมใหญ่ (สับละเอียด) 1 ช้อนโต๊ะ
8. ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนชา
9. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
11. ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
12. แป้งข้าวโพด (ละลายในน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ) 1 1/2 ช้อนชา
13. กระดาษขาวบาง (ตัดเป็นสี่เหลี่ยม 2x2 นิ้ว)
อุปกรณ์ที่ใช้
ชามผสม กระทะ กระดาษ ที่นึ่งวิธีทำซาลาเปาไส้หมูแดง
1. แป้ง – ตวงแป้งร่อน ใส่อ่าง ทำแป้งให้เป็นบ่อตรงกลาง ใส่น้ำอุ่น น้ำตาล ละลายให้เข้ากัน ใส่ยีสต์ น้ำมันหมู ใช้พายตะล่อมเบาๆ ไปทางเดียวกัน จากนั้นใช้มือนวดจนแป้งนุ่ม (10 นาที) ดูแป้งไม่ติดมือ คลุมแป้งปิดไว้ ปล่อยไว้จนแป้งขึ้นเป็นสองเท่า (1-2 ชม.) ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง2. ไส้หมูแดง – เนื้อหมูกว้าง 1 1/2 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว ใช้ส้อมจิ้มในทั่ว ผสมซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส คลุกกับหมู หมักไว้ 30-40 นาที ตักเนื้อหมู (เก็บน้ำหมักไว้) นำไปต้มทำให้สุกโดยใส่น้ำเล็กน้อย (หรือจะเข้าอบ) หั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ตั้งกะทะใส่น้ำหมักหมู หอมใหญ่สับ ผัดให้หอม ใส่เนื้อหมูที่หั่น ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ชิมรสให้ออกเค็ม หวาน ผัดจนแห้ง
3. นำแป้งที่หมักไว้ แบ่งเป็นก้อนเท่าๆ กัน ได้ประมาณ 15-16 ก้อน แผ่นก้อนแป้งเป็นวงกลม ขอบแป้งบางกว่าตรงกลาง ตักไส้ใส่แล้วจีบรอบแป้ง วางขนมบนกระดาษที่ตัดไว้ จัดเรียงในลังถึง ปล่อยให้แป้งขึ้นอีก 5-10 นาที นำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรง ประมาณ 10 นาที พอสุกนำใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแป้งจะได้นุ่มอยู่เสมอ
เคล็ดลับทำซาลาเปาให้อร่อย
- เลือกใช้แป้งสาลีชนิดโปรตีน 8 - 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดเป็นแป้งสาลีชนิดพิเศษ คือมีปริมาณโปรตีนอยู่ระหว่างแป้งเค้กกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ เนื้อแป้งละเอียดสัมผัสเบา มีหลายยี่ห้อ เช่น ตราบัวหิมะ ตรากิเลนเหลือง และตราบัวแดง เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการเนื้อสัมผัสนุ่มฟูและมีปริมาณน้ำตาลน้อยอย่างซาลาเปา ซึ่งแตกต่างจากแป้งเค้กที่เหมาะกับขนมที่มีน้ำตาลสูงอย่างเค้กและคุกกี้
- ต้องร่อนแป้งก่อนทุกครั้ง โดยให้ตะแกรงร่อนแป้ง 2 - 3 ครั้งก่อนนำแป้งไปใช้ เพราะอาจมีแป้งบางส่วนชื้นแล้วจับตัวเป็นก้อน เมื่อนำไปนวดอาจใช้เวลานานกว่าจะเข้ากันและทำให้แป้งมีเนื้อเหนียวเพราะโพรงอากาศเสียสภาพขณะนวด
- หัวเชื้อทำให้แป้งซาลาเปาพองฟู หัวเชื้อหรือเรียกอีกอย่างว่า สปันจ์ (Sponge) ทำจากแป้งสาลี น้ำ และยีสต์ ผสมกันแล้วหมักทิ้งไว้ ระหว่างหมักแป้งจะดูดน้ำเกิดเป็นกลูเตน (Gluten) หรือโปรตีนในแป้งสาลี กลูเตนนี้ทำให้เนื้อแป้งมีความเหนียว ยืดตัวได้ และช่วยเก็บก๊าซจากการทำงานของยีสต์และน้ำตาลไว้ภายใน ทำให้หัวเชื้อพองฟู เมื่อใส่หัวเชื้อในแป้งซาลาเปาก็จะช่วยให้เนื้อแป้งฟูนุ่มยิ่งขึ้น
- นวดแป้งด้วยน้ำเย็น ทำให้แป้งรวมตัวกันได้ง่ายขึ้น และช่วยชะลอการหมักให้เกิดขึ้นช้าๆ เพราะถ้าใช้น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิสูง ยีสต์จะทำงานได้ดี แป้งซาลาเปาจึงขึ้นฟูอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เนื้อสัมผัสแป้งซาลาเปาไม่เนียนละเอียด
- พักแป้งเพื่อให้แป้งซาลาเปาฟูนุ่ม หลังนวดแป้งเสร็จให้ตัดแบ่งแป้ง นำมารีดแล้วบรรจุไส้จากนั้นพักไว้ 15 - 20 นาทีจนขึ้นฟูเป็นสองเท่า วิธีนี้จะช่วยเพิ่มฟองอากาศให้กับแป้งซาลาเปาเมื่อนำไปนึ่งจะได้ซาลาเปาที่ฟูนุ่ม
- คลึงแป้งช่วยไล่อากาศ การคลึงแป้งให้กลมเป็นการไล่อากาศและช่วยให้แป้งมีผิวหน้าเนียนเรียบ เมื่อนำไปหมักจะทำให้แป้งขึ้นฟูสม่ำเสมอทั่วกันทั้งชิ้น
- เทคนิคใช้ถุงพลาสติกแทนแป้งนวล ไม้คลึงแป้งที่มีแป้งนวลมากเกินไป เมื่อนำไปใช้จะทำให้แป้งนวลติดไปกับส่วนผสมแป้งซาลาเปา ทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งซาลาเปาแข็งกระด้างทางร้านจึงประยุกต์ใช้ถุงร้อนขนาดใหญ่วางลงบนแป้ง แล้วใช้อุ้งมือกดแป้งซาลาเปาก่อนใช้ไม้คลึง โดยไม่ต้องใช้แป้งนวล
- ไส้หมูสับต้องนวดและหมักข้ามคืนในตู้เย็น การนวดจะทำให้เครื่องปรุงเข้ากับเนื้อหมู สามารถใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งก็ได้ เมื่อนวดได้ที่ส่วนผสมจะมีเนื้อเนียนและเหนียวขึ้น จากนั้นนำไปหมักข้ามคืนในตู้เย็น ความเย็นจะช่วยให้เนื้อหมูกักเก็บรสชาติจากเครื่องปรุงได้ดี
- ไส้ห่อง่ายถ้าแช่เย็นจัด เพราะส่วนผสมไส้หมูสับใส่มันหมูเพื่อให้เนื้อสัมผัสนุ่ม หากอุณหภูมิไม่เย็นจัดจะทำให้ส่วนผสมเหลวขึ้นทำให้จีบยาก ส่วนผสมไส้อาจทะลักออกมานอกแป้งดูไม่น่ากิน
- ต้องนึ่งน้ำเดือด เพราะไอน้ำและความร้อนจะช่วยให้แป้งซาลาเปาพองตัว เนื้อสัมผัสนุ่ม หากนึ่งน้ำไม่เดือดจะทำให้แป้งแข็งกระด้างและไส้ไม่สุก
- พักซาลาเปาที่นึ่งสุกแล้วให้เย็นบนตะแกรงไม้ไผ่ เพราะตะแกรงไม้ไผ่จะกระจายความร้อนได้ดี ช่วยให้ก้นขนมไม่แฉะ ทั้งนี้วิธีเช็กว่าซาลาเปาเย็นสนิทดี คือ ให้หยิบซาลาเปา 2 ลูกมาชนกัน ถ้าแป้งติดกันต้องพักต่อให้เย็นสนิท แต่ถ้าแป้งซาลาเปาไม่ติดกันแล้วถือว่าใช้ได้ บรรจุใส่ถุงพลาสติกแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อรออุ่นขายหรือรับประทานอีกครั้ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น